Assumption University

พลังใจเปลี่ยนชีวิต

 

จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่จะมีชีวิตในแบบที่ตนเองอยากให้เป็น จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่จะได้ในทุกสิ่งที่อยากได้ จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่จะไม่เคยพานพบกับความทุกข์เลย คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังในโชคชะตาชีวิตของตนเอง คุณอาจเป็นคนหนึ่งต้องผ่านความทุกข์ยากลำบากมา คุณอาจตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ ทำไมชีวิตเราต้องเป็นอย่างนี้ ” แต่คุณเคยคิดบ้างไหม เคยถามตัวเองบ้างไหม ว่าใครบ้างที่เลือกเกิดได้ คำตอบคืออะไรคุณรู้ดี.......
แน่นอน ...... หากคนเราเลือกเกิดได้ ทุกคนย่อมเลือกเกิดมามีชีวิตที่เปี่ยมสุข แต่ในเมื่อความจริงของชีวิตมันไม่งดงามเหมือนกับความฝัน เราก็อย่างไปเพ้อฝันถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้มันเสียเวลาอยู่เลย สิ่งที่เรามีเราเป็นวันนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องจริง แม้มันอาจไม่ใช้สิ่งที่เราวาดหวังทั้งหมด แต่เราคือผู้ที่สามารถกำหนดอนาคตของเราเองได้นี่ !

 

 

เราคือผู้ลิขิต

“ ชีวิตใคร ใครกำหนดก็ช่างเขา ชีวิตเรา เรากำหนดของเราเอง” ที่ผ่านมานั้นคุณต้องเจออะไรมาเราไม่รู้ ที่ผ่านมานั้นคุณเคยต้องเสียใจมากเพียงไรเราไม่รู้ ที่ผ่านมานั้นคุณเคยผิดหวังกับสิ่งใดเราไม่รู้ คุณเองเท่านั้นที่รู้ ไม่ว่าสิ่งที่คุณประสบพบเจอมานั้นมันจะหนักหนาหรือจะเบาบางเพียงใดก็ตาม มันก็แค่วันที่ผ่านพ้นไป อย่าเอาชีวิตและจิตใจของเราไปจมปรักอยู่กับอดีตที่มันไม่มีวันเรียกกลับคืนมา พยายามดึงเอาจิตวิญญาณของเราให้ตั้งอยู่กับปัจจุบัน วันนี้และเวลานี้ เราคือใคร เราเป็นอย่างไร ส่องกระจกดูตัวเองด้วยจิตสำนึกที่มี มองเข้าไปในตัวเองและพิจารณาโดยปราศจากอคติ เราจะพบว่าเรามีข้อดีอย่างไร เรามีข้อเสียตรงไหน และแน่นอนมนุษย์ก็คือมนุษย์ ไม่มีใครที่จะสมบูรณ์แบบ เราก็แค่มนุษย์คนหนึ่งย่อมมีดีและร้ายปะปนกัน ก็เหมือนกับชีวิตที่ผ่านมาของคุณนั่นแหละ ไม่มีหรอกที่คุณจะสุขอยู่ได้ตลอด และก็เช่นกันคุณจะไม่ต้องทนทุกข์อยู่ตลอดไปแน่ เดี๋ยวมันก็ดีเอง แล้วใครล่ะที่จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ถ้าไม่ใช่คุณ เชื่อมั่นในตัวเอง เราจะลิขิตชีวิตของเราได้อย่างไร ? คุณอาจตั้งคำถามนี้อยู่ในใจ การที่เราจะสามารถทำอะไรได้สักอย่างนั้น คุณเคยมองย้อนกลับไปไหมว่าคุณทำมันได้อย่างไร แน่นอนสิ่งแรกมาจากความต้องการของเราที่อยากจะทำ นี่ก็เหมือนกัน คุณต้องปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงไปเช่นไรนั่นคือเป้าหมายที่คุณจะต้องตั้งมั่นแล้วจงไปให้ถึง แต่คุณจะไปไม่ถึงสิ่งนั้นได้เลย หากคุณไม่เชื่อว่าคุณจะสามารถทำมันได้ ฉะนั้นคุณจะต้องเชื่อว่าคุณทำได้ และนั่นถือว่าคุณได้สร้างกำลังใจให้ตนเองแล้ว
คุณคงเคยได้ยินถ้อยคำที่ว่า “ ตนคือที่พึงแห่งตน ” กำลังใจก็เช่นกัน อย่าไปเรียกร้องวิงวอนขอกำลังใจจากใคร ไม่มีกำลังใจใดที่ทรงพลังได้เท่ากับกำลังใจที่คุณมีให้กับตัวเอง คุณต้องเชื่อว่าพลังใจของคุณจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้

รู้จักตนเองตั้งและเป้าหมายให้สอดคล้อง

เมื่อคุณเชื่อว่าคุณทำได้ นั่นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งที่คุณปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงให้มันเป็นอย่างที่หวังจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากคุณไม่ลงมือทำ
คุณจะต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง คุณจะต้องทราบขีดความสามารถที่มี รู้ว่าสิ่งใดเป็นจริงได้และสิ่งใดเป็นจริงไม่ได้ แล้วจากนั้นจึงจะกำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
มุ่งมั่นและแน่วแน่

จากนั้นจงมุ่งมั่นในการกระทำ แน่วแน่กับจุดหมายปลายทางว่าสักวันจะต้องไปให้ถึง ระหว่างทางที่คุณต้องเดินไป อาจจะต้องเจออุปสรรคขวากหนามทิ่มแทงให้ต้องเจ็บปวดบ้าง คุณก็ต้องยอมรับว่าคุณอาจจะต้องเจอกับมัน และคุณต้องผ่านพ้นไปให้ได้
หมั่นสร้างกำลังใจให้ตนเองอยู่เสมอ

คนที่อ่อนแอ คือคนที่ยอมปล่อยให้สิ่งแวดล้อม และอุปสรรคกัดกร่อนกำลังใจของตนเอง คนที่เข้มแข็งต้องอดทนต่อสิ่งเหล่านั้นให้ได้ คุณจะต้องเข้มแข็ง และจงสร้างกำลังใจให้ตนเองอยู่เสมอ ด้วยการบอกตัวเองว่า เราทำได้ ไม่มีสิ่งมีค่าใดที่จะได้มาง่ายๆ เราต้องต่อสู้
อย่าถ้อถอย

อย่ายอมหยุดยั้ง Keep walking เดินต่อไปอย่าหยุดยั้ง จุดหมายบางอย่างเดินทางตรงไม่ได้ บางครั้งเราต้องอ้อมไปอีกทาง อาจจะช้าหน่อย แต่ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆไม่หยุดยั้ง สักวันเราจะถึงเส้นชัย ขอเพียงเราอดทน

 

พัฒนาตนเอง

พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คนที่จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เขาจะต้องเรียนรู้วิธีการที่จะไปสู้เป้าหมายให้ได้ ต้องสร้างทางหนีทีไล่ให้กลับตัวเอง เขาจะต้องเรียนรู้วิธีการที่จะไปยังจุดหมายปลายทางให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น เพื่อประหยัดแรงและที่สำคัญคือเวลา
แน่นอน.... เวลา...มันก็แค่สิ่งที่เพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่คงที่ แต่เวลาที่เพิ่มขึ้นทุกขณะนั้น ก็หมายถึงเวลาของเราที่เหลืออยู่จะน้อยลง เพราะนั้นคุณจะต้องวางแผนให้ดีเสียก่อน ว่าการไปสู่จุดหมายปลายทางของคุณนั้น จะไปด้วยวิธีใดจึงจะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเหนื่อยจงหยุดพัก พอหายแล้วจงเดินต่อ เดินเร็วขึ้นหน่อยยิ่งดี แต่ถ้าวิ่งได้จงวิ่ง ถ้ามีรถก็จงขึ้นรถ หากขึ้นเครื่องบินได้จงขึ้น

วันนี้คุณอาจยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ วันนี้อาจเป็นวันที่คุณท้อแท้ ไม่อยากต่อสู้อะไรอีกแล้ว แต่ถ้าถามว่าคุณอยากให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ คำตอบคือ “ ไม่ ” จงลุกขึ้นสู้เถิด...... ไม่ว่ามันจะคืออะไร แต่สิ่งแรกที่คุณจะต้องต่อสู้กับมันในขณะนี้ คือ ใจของคุณเอง คุณต้องเอาชนะจิตใจที่กำลังอ่อนแอของตัวเองให้ได้ จงตะโกนบอกกับตัวเองดังๆว่า “ เราต้องสู้ ”
แล้วคุณจะรู้ว่าอำนาจของพลังใจเปลี่ยนชีวิตได้


ขวัญหล้า สดศรี : เขียน

top

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

HuaMark campus, Suvarnabhumi campus, ABAC City campus, Changhai Office